The Immersion Method

การพัฒนาภาษาอังกฤษด้วย The Immersion Method
ให้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ

เรียนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเก่งขึ้นเลย

ได้แต่แกรมม่า รู้หลักการทุกอย่าง แต่พูดไม่ได้

เจอฝรั่งทีไรก็ไม่กล้าคุย เดินหนีอย่างเดียว

เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาเวลาเรียนภาษาอังกฤษของใครหลายๆคน เสียเงินเรียนเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นผล ไม่สามารถเอาไปใช้ได้จริง แต่นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังใช้ภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ! เพราะการเรียนภาษาอังกฤษก็เหมือนเรียนขับรถ ที่เรียนอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องลงถนนและลองขับจริง ถึงจะขับได้อย่างคล่องแคล่ว ภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างกัน ที่เราจะต้องฝึกใช้จริง แม้ช่วงแรกอาจจะดูยาก แต่ถ้าเราฝึกฝนเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชินและภาษาอังกฤษเราก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน 

 

หัวใจสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษคือการเรียนแบบ Active Learning ผ่านการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งต้องหมั่นทำเป็นประจำและสม่ำเสมอ แต่ในความเป็นจริงอาจจะทำได้ยาก เนื่องจากเราอยู่ในสังคมที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก เมื่อเวลาผ่านไป สุดท้ายเราก็จะลืมมัน จนหมดความกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ เราถูกทำให้เชื่อว่าต้องอ่านเยอะๆ และแกรมม่าต้องเป๊ะ ทั้งที่จริงการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างยั่งยืนและได้ผลจริงคือการ “ใช้” และนำภาษานั้นมาอยู่รอบตัวเราให้ได้มากที่สุด 

 

การเรียนภาษาอังกฤษแบบ Immersion Method เชื่อว่าเราต้องทำให้รอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดแม้ไม่ใช่เวลาเรียน เราเลยมีวิธีที่จะยกภาษาอังกฤษมาไว้รอบๆ ตัว ดังนี้ 

 

  1. ตั้งค่าทุกอย่างให้เป็นภาษาอังกฤษ 

วิธีแรกที่ทำได้ง่ายๆ บนหน้าจอเลยก็คือ การตั้งค่าภาษาบนอุปกรณ์ทุกอย่างรอบตัวคุณให้เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือในโซเชียลมีเดียต่างๆ วิธีนี้ทำให้เราต้องเจอภาษาอังกฤษในทุกๆ วันและยังได้เรียนรู้ศัพท์เพิ่มเติมจากการใช้จริงอีกด้วย 

 

2. ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ภาษาอังกฤษ

อีกวิธีหนึ่งที่ทำได้เอง คือการฟังสื่อเสียงภาษาอังกฤษซึ่งจะมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งเพลงภาษาอังกฤษที่หลายคนก็คงได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง แต่ลองแปลความหมายของสิ่งที่ฟังดู โดยเริ่มจากเพลงที่ฟังง่าย คำศัพท์ไม่ยากจนเกินไป หรืออาจจะลองฟังพอดแคสต์ที่ปัจจุบันก็มีหลายๆ รายการให้เลือกฟังตามความสนใจของแต่ละคน การฟังผ่านหูบ่อยทำให้เราคุ้นเคยกับเสียงและสำเนียงภาษาอังกฤษ

 

3. ดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษ

นอกจากจะดูหนังสนุกและได้ความบันเทิงแล้ว ยังได้ภาษาอังกฤษกลับมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสะกดคำที่ถูกต้อง การออกเสียงและสำเนียง รวมถึงได้ยินสำนวนหรือตัวอย่างประโยคที่ใช้พูดในชีวิตประจำวันด้วยนะ และถ้าอยากให้ได้ผล ลองเปลี่ยนเป็นซับภาษาอังกฤษหรือปิดซับไปเลย ฟังดูโหดหน่อย แต่พอเราไม่มีภาษาไทยให้อ่านแล้วจะทำให้เราพยายามหาความหมายของคำนั้นจริงๆ ช่วงแรกลองเริ่มจากการจดคำที่เราไม่รู้ความหมายเอาไว้ แล้วให้หาความหมายทีหลัง ต่อมาก็ลองเดาความหมายของคำคำนั้นจากภาพที่เราเห็นดู สุดท้ายเราจะมีคลังคำศัพท์มากมายในหัวแบบไม่รู้ตัวเลย 

 

4. อ่านหนังสือหรือบทความภาษาอังกฤษ 

การอ่านเป็นอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญในภาษาอังกฤษ ดังนั้น เราควรพยายามอ่านภาษาอังกฤษให้เยอะๆ ทั้งการหาหนังสือภาษาอังกฤษซักเล่มอ่านระหว่างไปทำงาน หรืออ่านบทความที่น่าสนใจในอินเทอร์เน็ตเป็นภาษาอังกฤษ อีกวิธีที่อยากให้ลอง คือการติดตามเพจข่าวสาร หรือเพจที่มีเนื้อหาที่เราสนใจเป็นภาษาอังกฤษให้เราได้อ่าน ได้สาระความรู้แล้วยังได้ภาษาอังกฤษติดตัวไปด้วยนะ

 

5. หาโอกาสพูดภาษาอังกฤษ 

การพูดคือวิธีการสื่อสารที่สำคัญ หากเราไม่มีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษก็เหมือนเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ลองหาโอกาสที่จะพูดภาษาอังกฤษโดยไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน เช่น ลองนัดกับเพื่อนสนิทว่าวันนี้เราจะพูดภาษาอังกฤษกัน หรือง่ายๆ ถ้าเจอชาวต่างชาติกำลังหลงทาง ลองเดินเข้าไปหาและถามว่า “มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” แค่นี้ก็ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษแล้ว 

 

6. คิดเป็นภาษาอังกฤษ

ลองเริ่มจากคิดประโยคง่ายๆ อยู่ในหัวของเรา เช่น แพลนว่าวันนี้เราจะทำอะไรเป็นภาษาอังกฤษ หรือเวลาจะพูดเป็นภาษาอังกฤษ จากการที่คิดเป็นภาษาไทยแล้วแปล ลองเริ่มคิดจากภาษาอังกฤษดู เมื่อเราเริ่มชินกับการคิดภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ต่อไปเราจะคิดภาษาอังกฤษได้เอง พูดได้คล่องขึ้นโดยที่ไม่ต้องคอยแปลกลับไปกลับมาอีก

 

7. เรียนภาษาอังกฤษแบบ Immersion Method ที่โรงเรียน

วิธีการเรียนภาษาแบบ Immersion Method คือการทำให้ภาษาอังกฤษอยู่รอบตัว และทำให้ตัวเรามีโอกาสฝึกภาษาอังกฤษมากเท่าที่จะสามารถทำได้ การเรียนภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษจริง
ที่ไม่ใช่แค่นั่งฟังและจดตาม แต่ต้องได้ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนไปด้วยกัน เช่น การสนทนากับนักเรียนคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ การฝึกออกเสียงจริง
การพูดคุยกับอาจารย์เจ้าของภาษา ฯลฯ

Share this post