4 problems about learning English

ภาษาอังกฤษยากจัง เรียนเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง

พยายามเท่าไหร่แล้วก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ท้อแล้ว ไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษอีกแล้ว

ภาษาอังกฤษเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับใครหลายๆ คน ที่เรียนเท่าไหร่ก็ยังไม่เข้าใจ เอามาใช้ไม่ได้จริง ทั้งๆ ที่บางคนเรียนตั้งแต่ประถมด้วยซ้ำ ทำให้หลายคนเบื่อและท้อกับการพัฒนาภาษาอังกฤษโดยที่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน 

เราจึงรวบรวมปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษมาฝากเพื่อนๆ กัน ลองดูว่าตัวเองเคยเจอปัญหาไหนกันบ้าง และเรามาช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้กัน

1. อย่าคิดว่า...ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่

English is not your native language

แน่นอนว่าข้อนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย ทั้งความแตกต่างระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งพยัญชนะ สระ การออกเสียง หลักไวยากรณ์ (grammar) เช่น การออกเสียงพยัญชนะ s sh ch ซึ่งไม่มีในภาษาไทย หรือ tense ที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องที่ภาษาไทยไม่มี เป็นต้น 

แต่เห็นอย่างนี้แล้วก็อย่าพึ่งท้อ การเรียนภาษาอังกฤษนั้นต้องใช้เวลาและการฝึกฝน ลองฟังและฝึกออกสำเนียงตาม และทบทวนอยู่บ่อยๆ แค่นี้ภาษาอังกฤษก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

2. หลักสูตรการสอนที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง

English learning methods that aren’t practical

การเรียนอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ภาษาอังกฤษของคุณไม่ดีขึ้น
บางหลักสูตรอาจจะเน้นไปที่หลักภาษา มากกว่าการใช้จริง เช่น โฟกัสที่แกรมม่าว่าต้องใช้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ได้เริ่มจากการฟังหรือการพูดก่อน ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ในการเรียนภาษาใหม่นั้นควรเริ่มต้นจากการฟังเสียงจากเจ้าของภาษา และลองพูดตาม ก่อนที่จะไปเรียนรู้เรื่องหลักภาษา เป็นต้น รวมถึงการเรียนที่เน้นแกรมม่ามากเกินไปทำให้คนไทยหลายคนกังวลในการใช้ภาษาอังกฤษ ว่าต้องพูดอย่างไรถึงจะถูกต้องจนพาลทำให้หลายคนไม่กล้าใช้ภาษาอังกฤษเพราะกลัวจะพูดผิดนั่นเอง

3. เป็นเพราะ...ไม่ได้ใช้จริง ขาดการฝึกฝน

Lack of opportunity to practice your English in real life.

การเรียนภาษาจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะชำนาญ
เหมือนกับการว่ายน้ำหรือขับรถที่ต้องทำไปจนกว่าจะคุ้นเคย ภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างกัน แต่บางครั้งเราได้แต่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน พอเลิกเรียนก็ไม่ได้มีการทบทวนหรือฝึกฝนต่อ ยิ่งถ้าหยุดเรียนไปอาจทำให้ลืมไปหมด

ดังนั้นการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลต้องทบทวน ฝึกฝน และใช้จริงอยู่เสมอ เช่นการพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ หรือการปรับสภาพแวดล้อมให้มีภาษาอังกฤษอยู่เสมอ ที่เรียกว่า The Immersion Method

4. ต้องปรับ...ทัศนคติและความมั่นใจ

Lack of confidence

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย หลายครั้งเราอาจรู้สึกท้อและหมดกำลังใจ ทำให้ไม่อยากที่จะพัฒนาต่อ สำหรับภาษาอังกฤษไม่มีทางที่เราจะพูดได้เก่งเหมือนเจ้าของภาษาในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือทัศนคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ลองถามตัวเองดูว่าอยากเรียนเพราะอะไร ทำไมถึงอยากเรียน และพยายามทำมันให้ถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ 

อีกสิ่งหนึ่งคือความมั่นใจ หลายครั้งเราอาจรู้สึกเขินอายเวลาต้องพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าคนอื่น อาจจะกังวลเรื่องการสะกดคำหรือสำเนียงว่าถูกต้องหรือไม่ จนทำให้ไม่กล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษ

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารได้ เพียงแค่หาโอกาสพูดหรือใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ เปลี่ยนทัศนคติว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวและทุกคนสามารถพัฒนาได้ แค่นี้ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กลับมาอย่างแน่นอน

แบบทดสอบภาษาอังกฤษ

ฟรี! แบบทดสอบออนไลน์ ให้คุณวัดระดับภาษาได้ด้วยตัวเอง รู้ผลทันทีหลังทำเสร็จ ภายในเวลา 10 นาที

Share this post